top of page
Search

เกร็ดน่ารู้คู่นักแปล: เรื่องแปลเอกสารยื่นวีซ่า

ที่ผ่านมามีลูกค้าหลายคนสอบถามเข้ามาเรื่อง “การแปลย่อกับการแปลเต็ม” เลยอยากมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ ค่ะ ✨


📌 ถ้าผู้สมัคร อยู่ในประเทศออสเตรเลีย (onshore)

สามารถใช้ การแปลแบบย่อ (Extract Translation) ได้ (ยกเว้นกรณีวีซ่าลูกติดตามหรือบางวีซ่าเกี่ยวกับเด็ก) เพราะระบบอิมฯ ที่ออสเตรเลียเองเป็นผู้ริเริ่มสร้างรูปแบบนี้เมื่อหลายปีก่อน การแปลย่อจะเน้นเฉพาะข้อมูลสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบ เช่น วันเกิด ชื่อ ที่อยู่ สถานะ วันที่ออกเอกสาร ผู้มีอำนาจออกเอกสาร ฯลฯ


📌 แต่ถ้าผู้สมัคร อยู่นอกประเทศออสเตรเลีย (offshore)

มักจำเป็นต้องใช้ การแปลแบบเต็ม (Full Translation) เพราะเจ้าหน้าที่ที่สถานทูตออสเตรเลียที่ประเทศไทยอาจจะต้องการเห็นข้อมูลครบทุกส่วนของเอกสารต้นฉบับและการแปลเต็มอาจยังไม่เป็นที่ยอมรับหรือเป็นที่รู้จักนอกออสเตรเลีย (ทางเราเคยสอบถามทางสถานทูตออสเตรเลียที่ไทยไปว่ายอมรับการแปลแบบย่อไหมแต่ไม่ได้รับการตอบกลับเพื่อคอนเฟิร์มค่ะ)


🚫 หากส่งเอกสารประกอบการสมัครวีซ่าที่เป็นภาษาไทย (หรือภาษาใดก็ตามที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ) แต่ไม่แนบงานแปลไปด้วย

กรณีสมัคร offshore มีโอกาสที่ วีซ่าจะถูกปฏิเสธทันทีแค่ด้วยเหตุผลนี้ มีลูกค้าหลายคนที่มาเล่าว่าไม่แปลเอกสารแต่ได้วีซ่า แต่ก็มีลูกค้าหลายคนมาแจ้งว่าทางสถานทูตออสเตรเลียปฏิเสธวีซ่าด้วยเหตุผลที่ไม่แปลเอกสารที่เป็นภาษาไทยด้วยค่ะ


***ต่างจากการสมัคร onshore ที่หากมีปัญหาเอกสารจะได้รับเวลาแก้ไข 21 วัน

บางสถานทูต / กงสุลในต่างประเทศอาจมีนโยบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแปลเอกสาร — ต้องตรวจสอบกับสถานเอกอัครราชทูตของประเทศนั้น


💬 เพราะฉะนั้น ก่อนยื่นเอกสาร

อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่า เอกสารแปลครบ ถูกต้อง และใช้รูปแบบที่ถูกต้องตามประเภทวีซ่า


เราเข้าใจว่าการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าอาจซับซ้อน แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ ❤️

ร้านเรามีบริการ แปลเอกสารโดยนักแปลที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานนาติ (NAATI)

ถูกต้องตามมาตรฐาน ใช้ได้จริงกับหน่วยงานในออสเตรเลีย


Line ID: @darathai




#NAATITranslator #แปลเอกสารราชการ #แปลไทยเป็นอังกฤษ #แปลอังกฤษเป็นไทย #ร้านแปลNAATI


#เกร็ดน่ารู้คู่นักแปล #แปลเอกสารวีซ่า #NAATIInterpreter #OnshoreOffshore #แปลเอกสารมืออาชีพ #AustraliaVisa

Comments


bottom of page